เทศกาลกินเจ ปี 68 เงินสะพัดสูงสุดในรอบ 5 ปี แตะ 4.59 หมื่นล้าน
เทศกาลกินเจ ปี 68 เงินสะพัดกว่า 45,900 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี แม้เศรษฐกิจยังซึม ขณะที่ “คนละครึ่งพลัส” หนุนกำลังซื้อปลายปี คาดดัน GDP เพิ่มอีก 0.8–1.1% ดันเศรษฐกิจไทยทั้งปีโต แตะ 2–2.2%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ ปี 2568 ว่า บรรยากาศกินเจปีนี้มีความใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดย 67% มองว่าจะคึกคักเหมือนเดิม และคาดว่า ปีนี้จะมีมูลค่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ อยู่ประมาณ 45,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปี 67 ที่มีค่าใช้จ่าย 44,003 ล้านบาท ถือว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี
โดยผลสำรวจ พบว่า ประชาชนที่ตอบว่าไม่กินเจ อยู่ที่ 66% กินเจ 34% กลุ่มผู้กินเจ ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะตั้งใจทำบุญ 19.8% กินเฉพาะเทศกาล 15.9% และมีกินฟรีที่โรงเจ 14.7% ส่วนไม่กินเจ เป็นเพราะ ไม่มีเชื้อสายจีน 26% อาการเจแพง 23% และเศรษฐกิจไม่ดี 18%
สำหรับราคาอาหาร/ วัตถุดิบในการปรุงอาหารเจ ปี 2568 เทียบกับปี 2568 คาดว่า แพงขึ้น 73.9% เท่าเดิม 23.5% และลดลง 2.6%
ขณะที่ มีมูลค่าการเดินทางไปทำบุญเฉลี่ย 5,066.10 บาทต่อคน มูลค่าทำบุญเฉลี่ย 1,746.27 บาทต่อคน
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยอยู่ สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ซึมตัวลง โดยผลสำรวจเรื่องที่กังวลและเรื่องที่ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน 3 อันดับแรก คือ ปัญหาเศรษฐกิจค่าครองชีพสูง ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการว่างานรวมถึงความมั่นคงในอาชีพ
ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” ยังไม่มีผลต่อเทศกาลกินเจมากนัก แต่มีผลทางจิตวิทยา เนื่องจากจะสามารถใช้มาตรการนี้ได้ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งผ่านช่วงเทศกาลกินเจไปแล้ว ซึ่งผลสำรวจส่วนใหญ่คาดว่า จะได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งแน่นอน 82.1% ไม่แน่ใจ 16.4% และไม่ได้แน่นอน 1.5% ขณะที่ การใช้เงินในโครงการฯ ลักษณะการใช้จ่าย ช่วงเดือนตุลาคมจะเริ่มใช้เงิน 56.8% พฤศจิกายน 39.2% และธันวาคม 4%
สัดส่วนใช้เงิน 5 อันดับแรก จะซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร เสื้อผ้า 37% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ของใช้ส่วนตัว 12% สินค้าวัตถุดิบเพื่อการเกษตร/เพื่อการค้า 10.6% สินค้าเพื่อการการศึกษา 9% และยารักษาโรค 8.4%
ส่วนผู้ประกอบการ จะเข้าร่วมเป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส 58.4% ไม่เข้าร่วมโครงการ 22.4% และ ไม่แน่ใจ 19.2%
โดยเหตุผลของการไม่เข้าร่วม อันดับ 1 เนื่องจากกังวลเรื่องภาษีเป็น 21.4% กังวลว่าเงินจะไม่เข้าเนื่องจากระบบมีปัญหา 11.3% กระบวนการเข้าร่วมโครงการยุ่งยาก 9.8% ยังไม่รู้หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการที่ชัดเจน 8.5% และกังวลว่าจะไม่มีลูกค้า 3.6%
นายธนวรรธน์ กล่าวด้วยว่า โครงการคนละครึ่งพลัส และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ จะช่วยเพิ่ม GDP ได้ที่ 0.8-1.1% และส่งผลให้ GDP ไทยทั้งปีโตได้ที่ 2- 2.2%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB